Jul
21
2015

ปลาทะเลที่เป็นแหล่งของสารอาหารกรดไขมันโอเมกา 3

กรดไขมันโอเมกา3 (คำว่า “โอเมกา-3” หมาย ถึง ตำแหน่งของ Carbon atom ในสายของกรดไขมัน ที่มีพันธะคู่ ซึ่งก็คือกรด ไขมันชนิดไม่อิ่มตัวนั่นเอง) ก็มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะมันเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ชนิดหนึ่ง (Unsaturated fatty acid) Omega-3 อาจพบได้ใน เมล็ดพันธุ์และอาหารชนิดต่างๆ ได้แก่ เมล็ด Flaxseed , Walnut ไข่ และ โยเกิร์ต ซึ่งโดยมากจะพบใน ปลาทะเลเขตน้ำเย็นชนิดต่างๆ อาทิ ซาร์ดีน แฮร์ริ่ง แม็คคาเรล เมนฮาเดน ค้อด แองโชว์วี่ และทูน่า ซึ่งจะพบสาร Omega-3 สูงมาก ในสัดส่วนระหว่าง 2.5-8 กรัม/เนื้อปลา 200 กรัม โดยปกติ และจากการวิจัยพบว่าปลาทะเลไทย เช่น ปลาทู ปลารัง ปลากะพง ปลาเก๋า ปลาสำลี ปลาอินทรีย์ ปลาโอ ฯลฯ มีกรดไขมันโอเมกา 3 ในปริมาณที่เหมาะสมเช่นกัน หากไม่มีปลาทะเลจะเลือกรับประทานปลาน้ำจืดบางชนิด เช่น ปลาช่อน ปลาบู่ หรือปลานวลจันทร์ ฯลฯ ก็ยังได้

กรดไขมันชนิด Omega-3 นี้มีคุณสมบัติที่ช่วยบำรุงสุขภาพ เนื่องจากกรดไขมันหลักที่ชื่อว่า alpha-linolenic acid หรือ A LA ซึ่งเป็นกรดไขมันตั้งต้นที่จะสร้างเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ชื่อว่า Eicosapentaenoic acid หรือ E PA และ D ocosahexaenoic acid หรือ D HA ซึ่งสารทั้งสองนี้เองที่จะเป็นสารสำคัญในกระบวนการทางชีวเคมีระดับเซลล์ที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบต่างๆของร่างกาย ตัวอย่างเช่น เยื่อหุ้มเซลล์ของมนุษย์นั้นจำเป็นที่จะต้องอาศัยกรดไขมันดังกล่าวในการสังเคราะห์เป็นโครงสร้างเซลล์ รวมถึงการยึดเกาะกันของเซลล์ต่างๆให้เป็นโครงสร้างที่แข็งแรงมากขึ้น นอกจากนี้กรดไขมันชนิดนี้ยังช่วยควบคุมการขนส่งสารอาหารต่างๆไปทั่วร่างกาย และยังจำเป็นต่อการป้องกันและรักษาโรคต่างๆ ได้แก่
1. Heart Disease
กรดไขมันชนิดนี้แทบจะเรียกได้ว่า เป็นกรดไขมันดีที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของหัวใจ อย่างแท้จริง เนื่องจากฤทธิ์ในการลดความดันโลหิต ลดไขมันเลว LDL และไตรกลีเซอไรด์ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มไขมันดีที่ชื่อ HDL ซึ่งจะช่วยลดการสะสมของไขมันที่ผนังหลอดเลือด อันเป็นต้นเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดอุดตัน ทำให้ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด และอัมพฤกษ์อัมพาตได้
2. Arthritis หรือ ภาวะข้ออัก เสบ
ในกรณีนี้ Omega-3 จะมีฤทธิ์ในการลดการอักเสบ และลดปฏิกิริยาการ ก่อภูมิแพ้ และการตอบสนองต่อระบบภูมิต้านทานร่างกายที่ไวเกิน (Autoimmune)
3. Memory and learning difficulties
Omega-3 จะช่วยปรับปรุงระบบไหลเวียนโลหิต ลดภาวะซึมเศร้า ซึ่งจะส่งผลดีต่อ การเรียนรู้และความจำ
4. Vision ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการทำงานของดวงตา
5. Cancer โดยจะชะลอการเกิดมะเร็งบางชนิด เช่นมะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก
6. Pregnancy and birth
โดยปกติสาร Prostaglandins จะเกี่ยวข้องกับการบีบรัดของมดลูกขณะคลอดบุตรแบบธรรมชาติ ในกรณีนี้ Omega-3 ชนิด EPA จะเป็นสารที่จำเป็นต่อการผลิตและควบคุม Prostaglandins ในกระบวนการดังกล่าว นอกจากนี้ สำหรับทารกที่เกิดใหม่ นมมารดาที่ผลิตในช่วงแรกๆจะมีกรดไขมันประเภทนี้อยู่สูง ดังนั้นหากทารกไม่ได้กินนมมารดาตามธรรมชาติ การทานนมที่เสริมด้วย O mega-3 ก็จะช่วยส่งผลดีต่อพัฒนาการของทารกได้อีกประการหนึ่ง

ปริมาณรับประทาน Omega-3 ที่แนะนำนั้นจะอยู่ที่ วันละ 1-3 กรัม โดยอาจจะแบ่งรับประทานในแต่ละมื้อ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายสามารถนำสารสำคัญไปใช้ได้ทั้งหมด นอกจากนี้หากผู้รับประทานมีอาการดังที่กล่าวมานั้น เช่น โรคไขข้ออักเสบ ขนาดรับประทานอาจจะสูงมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีข้อแนะนำสำหรับผู้ที่รับประทาน Omega-3 ในรูปสารสกัดที่บรรจุลงแคปซูลนั้น ควรเลือกสูตรที่มีการเติมวิตามินอีลงไปในผลิตภัณฑ์ด้วย เนื่องจากวิตามินจะช่วยป้องกันการเหม็นหืนของน้ำมันดังกล่าว และยังช่วยรักษาคุณภาพของน้ำมันชนิดนี้เพื่อให้ผู้รับประทานได้ประโยชน์สูงสุด นั่นเอง

จากข้อดีของปลา หวังว่าจะช่วยให้เพื่อนที่รักสุขภาพทั้งหลายได้ทราบกันแล้วว่ากินปลานะดีแค่ไหน วันนี้ก็เริ่มกินปลากันได้แล้วนะจ๊ะ แสนจะหาง่าย นอกจากราคาถูกแล้วยังมีประโยชน์อันแสนเลิศ มาเป็นคนยุคใหม่ที่แสนทันสมัยเท่าทันการใช้ชีวิตกันเถอะ

Comments Off on ปลาทะเลที่เป็นแหล่งของสารอาหารกรดไขมันโอเมกา 3
Jun
26
2015

โอเมก้า 3 จากอาหารทะเลช่วยพัฒนาสมองและพัฒนาระบบประสาท

23

ถ้าพูดถึง อาหารทะเล หรือ อาหารซีฟู้ด คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเอาไปทำอะไรก็อร่อย ไม่ว่าจะเป็น หมึก หอย กุ้ง ปลา ฯลฯ อีกทั้งอาหารเหล่านี้ก็มาพร้อมคุณประโยชน์ที่มากมาย ซึ่งหลักๆที่ทุกคนมักจะได้ยินบ่อยๆนั่นก็คือ ไอโอดีน แต่รู้หรือไม่ว่าอาหารทะเลเหล่านี้มีสารอาหารมากกว่าที่เราคิดอีกค่ะ เรามาดูกันนะคะว่าแต่ละชนิดมีอะไรกันบ้าง เริ่มจาก กุ้ง คุณค่าทางโภชนาการของกุ้งอยู่ที่โปรตีน แร่ธาตุ และคาร์โบไฮเดรต ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ยิ่งถ้าเป็นกุ้งตัวเล็กที่กินทั้งเปลือกจะได้แคลเซียมที่ช่วยให้กระดูกแข็งแรงด้วยนะคะ ปลา เป็นโปรตีนชนิดย่อยง่าย ไขมันน้อย อีกทั้งเป็นไขมันชนิดที่ดีต่อร่างกาย อุดมด้วยวิตามินบี 1 บี 6 ช่วยลดโคเลสเตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ บำรุงสมองปลาหมึก ให้โปรตีน ไอโอดีน คาร์โบไฮเดรต แร่ธาตุ กำมะถัน เสียอย่างเดียวคือมีโคเลสเตอรอลค่อนข้างสูงปู-หอย มีไอโอดีนสูงมาก มาพร้อมกับแคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็กและวิตามินอีกมากมาย

ถึงแม้ว่าอาหารทะเลจะมีประโยชน์มากมาย แต่ถ้าบริโภคมากเกินไปอาจจะกลายเป็นโทษได้นะคะ เพราะสัตว์ทะเลบางประเภทจะมีคอเรสเตอรอลค่อนข้างสูง หรือการบริโภคโปรตีนมากเกินไปในระยะเวลานานอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้ อีกทั้งจะทำให้แร่ธาตุแคลเซียมถูกขับออกจากร่างกายมากขึ้น จึงทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนสูง ดังนั้นการบริโภคอาหารที่หลากหลายและมีประโยชน์ก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพของเราค่ะ วันนี้เราพูดถึงเรื่องอาหารทะเลมาขนาดนี้แล้ว อาจทำให้ใครหลายคนเกิดอยากรับประทานขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย นอกจากนี้ในอาหารทะเลทุกชนิด จะมี สารไอโอดีนสูงช่วยให้ไม่เป็นโรคคอหอยพอก และยังมี โอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันอิ่มตัวอยู่สูง มีผลช่วยลดโคเลสเตอรอลในเส้นเลือดได้ ป้องกันการเลือดจับตัวเป็นก้อนซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะหัวใจล้มเหลว และยังช่วยพัฒนาสมองและพัฒนาระบบประสาท ก่อให้เกิดผลดีต่อการรักษาโรคความจำเสื่อมได้อีกด้วย อาหารทะเลมีประโยชน์มากมายขนาดนี้ ใครที่เป็นโรคแพ้อาหารทะเลน่าเสียดายแย่เลยนะ

Comments Off on โอเมก้า 3 จากอาหารทะเลช่วยพัฒนาสมองและพัฒนาระบบประสาท
May
04
2015

การเพาะเลี้ยงปูทะเลให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค

malak1
ปูทะเล จัดเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เนื้อมีรสชาติดี ทำให้เป็นที่นิยมของผู้บริโภค และความต้องการตลาดมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ปูทะเลเป็นสินค้าที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจทั้งภายในและต่างประเทศ มีตลาดส่งออกหลักได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งปริมาณและมูลค่าการส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น ขณะนี้ผลผลิตจากการเลี้ยงปูทะเลยังมีคุณภาพและปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากผลผลิตส่วนใหญ่ยังคงอาศัยการจับจากธรรมชาติ ทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคต่อการค้า เช่น ขาดแคลนพันธุ์ปูในบางฤดูกาล ทำให้ไม่สามารถผลิตปูป้อนให้กับตลาดได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี

มาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงปูทะเล เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเกษตรกรในการพัฒนายกระดับการเลี้ยงและเพิ่มผลผลิตปูทะเลให้มีคุณภาพและมีปริมาณเพียงพอกับความต้องการ ทั้งยังได้สินค้าที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค นอกจากนั้นยังเอื้อประโยชน์ต่อการค้าที่เป็นธรรม สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศผู้นำเข้า ซึ่งจะเครื่องมือช่วยผลักดันปริมาณและมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ปูของไทยเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต และสามารถช่วยกระตุ้นการบริโภคปูทะเลภายในประเทศเพิ่มขึ้นด้ว

แหล่งผลิตปูทะเลของไทยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สตูล กระบี่ พังงา ตรัง รวมทั้งภาคกลาง เช่น สมุทรปราการ สมุทรสาคร และภาคตะวันออก เช่น ตราด จันทบุรี มีการเลี้ยงปูทะเลนิ่มทั้งในตะกร้าแบบรวมและในกล่องพลาสติกแบบแยกเป็นตัว โดยผลผลิตประมาณ 5 % ป้อนตลาดในประเทศ ที่เหลือ 95 % ส่งออกตลาดต่างประเทศ ราคาซื้อขายตั้งแต่กิโลกรัม 150-300 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและคุณภาพของสินค้า เฉพาะตลาดในประเทศจึงจะมีปูทะเลนิ่มมีชีวิต การส่งออกอยู่ในรูปแบบปูทะเลนิ่มสดและแช่เยือกแข็ง มีตลาดส่งออกหลัก คือ ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น บรูไน จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา และแคนาดา ปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนพันธุ์ปู จึงจำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น พม่า กัมพูชา บังคลาเทศ ศรีลังกา และปากีสถาน ทำให้การควบคุมคุณภาพปูทำได้ยากเนื่องจากคุณสมบัติของปูแต่ละแหล่งมีความแตกต่างกันมาก ทำให้มีผลกระทบต่อผลผลิตสินค้าปูทะเลนิ่มส่งออกของประเทศไทย

Comments Off on การเพาะเลี้ยงปูทะเลให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค
Apr
27
2015

คุณประโยชน์ที่มีอยู่ในหอยนางรมหากกินอย่างถูกวิธี

178632-attachment
หอยเป็นสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางอาหารไม่น้อยกว่าสัตว์น้ำจำพวกปลา ปู และกุ้ง มนุษย์กินหอยเป็นอาหารมาเป็นเวลายาวนาน โดยเฉพาะชุมชนที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเล จากอดีตต่อเนื่องถึงปัจจุบัน เนื่องจากหอยทะเลทุกชนิดกินเป็นอาหารได้ อาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของรสชาติ อันเนื่องมาจากลักษณะของเนื้อเยื่อที่อ่อนนุ่ม แข็งกระด้าง เหนียว หรือมีความพอดี โดยทั่วไปหอยที่เติบโตช้าหรือมีอายุมาก เนื้อมักจะมีความเหนียวมากกว่าหอยที่โตเร็ว พฤติกรรมและอาหารที่หอยกิน ก็มีส่วนที่ทำให้รสชาติของหอยแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน

หอยนางรม เป็นอาหารทะเลที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย เป็นอาหารที่จัดได้ว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง ส่วนเปลือกหอยยังใช้ทำปูนขาว ซึ่งใช้ประโยชน์ในการก่อสร้าง การเกษตรกรรม อุตสาหกรรมหลายประเภท เนื้อหอยนางรมนอกจากจะใช้รับประทานสดและปรุงอาหารได้หลายอย่างแล้วยังแปรรูปเป็นอาหารสำเร็จรูปได้อีก เช่นหอยนางรมดอง หอยรมควัน และสกัดเป็นน้ำมันหอย หอยนางรมพบอยู่ทั่วไปตามบริเวณน้ำตื้นชายเกาะ ชายฝั่งทะเล แหล่งน้ำที่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเล หอยนางรมมีหลายชนิดที่พบในประเทศไทย เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร เป็นแหล่งของวิตามินเอ วิตามินบีหนึ่ง วิตามินบีสอง วิตามินบีสาม วิตามินซี และวิตามินดี อย่างไรก็ตามอาหารดิบอาจมีแบคทีเรียผู้ที่ป่วยด้วยโรคตับ มะเร็งโรคระบบภูมิคุ้มกัน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานหอยนางรมสด

ผลผลิตของหอยนางรมมีทั้งที่เก็บจากธรรมชาติและการทำฟาร์ม เป็นหอยที่มีการเลี้ยงตามชายฝั่งทะเล และอ่าวที่มีคลื่นลมไม่แรงนัก การทำฟาร์มอาจใช้วิธีปักหลักปูนให้ลูกหอยมาเกาะติดหรือเลี้ยงแบบแขวน โดยนำลูกหอยมาติดกับเส้นเชือก แล้วนำไปแขวนในทะเล แหล่งเลี้ยงหอยนางรม ได้แก่ จังหวัดที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของอ่าวไทย และภาคใต้ ส่วนหอยนางรมขนาดใหญ่ หรือที่เรียกกันว่า หอยตะโกรม มีเลี้ยงกันมากที่อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดเป็นอาหารทะเลที่มีชื่อเสียงของจังหวัด หอยนางรมมีเนื้อนิ่มแต่ไม่เปื่อยยุ่ย ส่วนมากนิยมบริโภคสด ซึ่งจำหน่ายในลักษณะหอยมีชีวิตทั้งเปลือก หรือเนื้อหอยแช่เย็น เนื้อหอยยังนำมาใช้เป็นวัตถุดิบ ในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันหอย และซอสปรุงรสที่เป็นสินค้าส่งออกของประเทศ นอกจากนี้ยังนำมาแปรรูป เช่น หอยนางรมดอง หอยนางรมรมควันแช่น้ำมันบรรจุกระป๋อง

Comments Off on คุณประโยชน์ที่มีอยู่ในหอยนางรมหากกินอย่างถูกวิธี
Feb
24
2015

เชิญเที่ยวงาน เทศกาลอาหารทะเลจังหวัดสมุทรสาคร

จังหวัดสมุทรสาคร ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางอาหารทะเลระดับประเทศ และยังโด่งดังไปทั่วโลก แบบนี้คนชอบอาหารทะเลอย่าลืมไปช้อปอาหารทะเลสดๆ รับรองไม่ผิดหวัง สำหรับงานนี้เป็นงานที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากคุณภาพของอาหารทะเลที่สดใหม่ เพราะจังหวัดสมุทรสาครเป็นเมืองประมงที่ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางอาหารทะเลของประเทศ ประกอบกับอาหารทะเลทุกเมนูในงานมีมาตรฐานรับรองความสะอาดและความปลอดภัยจากกระทรวงสาธารณสุข และยังการันตีความอร่อยจากชมรมร้านอาหารจังหวัดสมุทรสาคร จึงทำให้นักท่องเที่ยวและผู้บริโภคทุกท่านมั่นใจได้ว่าจะได้รับประทานอาหารทะเลที่สด สะอาด อร่อย อย่างแน่นอน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมพัฒนาอาชีพทางด้านการประมง การเกษตรและธุรกิจที่เกี่ยวข้องให้มีความสามารถในการแข่งขัน และเชื่อมโยงในเชิงธุรกิจได้ มีการนำอาหารทะเลมาเปิดจำหน่ายราคาถูกให้พี่น้องชาวไทยเลือกกิน เลือกซื้อไม่อั้น ก่อนที่จะปรับราคาอาหารทะเลแพงขึ้นอีก 30% เพราะขณะนี้ทั่วโลกอาหารทะเลกำลังขาดแคลนอย่างหนัก เนื่องจากรัฐบาลอินโดนีเซีย ประกาศปิดน่านน้ำ ห้ามเรือประมงต่างชาติเข้าไปจับปลาอาหารทะเลทุกชนิด จึงทำให้กุ้งหอยปูปลาขาดแคลนอย่างหนัก งานนี้จึงมีอาหารทะเลที่สะสมไว้ในห้องเย็น และกุ้งหอยปูปลาสดๆ จากทะเลอ่าวไทย ทะเลอันดามัน ส่งมาให้กินไม่อั้น โดยเฉพาะปลาเต๋าเต้ยราคาถูก ยังมีผลไม้ชั้นดีจากสมุทรสาคร เช่น ลำไยก่อนฤดูจากบ้านแพ้ว ปลาสลิดแดดเดียว จากแหล่งเลี้ยงปลาสลิดใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ปลาสลิดบ้านแพ้ว มันอร่อยไม่เค็มจนเกินไป

นักท่องเที่ยวจะได้ชิมและเลือกลิ้มลองเมนูจากฝีมือกุ๊กระดับ 5 ดาว และพลาดไม่ได้กับการแสดงทางวัฒนธรรม การแสดงจากนักร้อง ศิลปินตลก และความบันเทิงอีกมากมาย จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาร่วมชม ชิม ชอป เมนูอาหารทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา หมึก ปรุงสำเร็จ อาหารทะเลแปรรูป และอุดหนุนสินค้าทางการเกษตรจากชาวสวน นอกจากนี้ยังเลือกท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรสาครได้อีกด้วย เช่น สักการะพันท้ายนรสิงห์ กราบหลวงปู่วัดโกรกราก และสัมผัสกับวิถีชีวิตชุมชนชาวมหาชัย-ท่าฉลอม กับบรรยากาศยามเย็นปากอ่าวแม่น้ำท่าจีนอันงดงาม ส่วนเรื่องของการเดินทางนั้นก็แสนสะดวกสบายเพราะจังหวัดสมุทรสาครห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 34 กิโลเมตรเท่านั้นเอง

Comments Off on เชิญเที่ยวงาน เทศกาลอาหารทะเลจังหวัดสมุทรสาคร
Jan
27
2015

อาหารทะเลแช่แข็งในประเทศไทยเข้ามามีบทบาท ในชีวิตประจำวันมากขึ้นอีก

อาหารทะเลแช่แข็ง อาหารที่เก็บรักษาไว้ด้วยกระบวนการแช่แข็ง กระบวนการแช่แข็งเป็นวิธีการเก็บรักษารักษาไม่ให้เน่าเสียที่ใช้กันทั่วไป ด้วยการทำให้ส่วนที่เป็นน้ำให้เป็นน้ำแข็ง ซึ่งมีผลในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และทำให้ปฏิกิริยาทางเคมีต่างๆ ช้าลงอาหารแช่แข็งเข้ามา เป็นที่รู้จักในประเทศไทยช้ามาก เพราะต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น อเมริกา ญี่ปุ่น หรือ กลุ่มสหภาพยุโรป ล้วนแต่มีความคุ้นเคยกับอาหารแช่แข็งมากว่า 50 ปี และประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกอาหารแช่แข็งไปประเทศเหล่านั้นเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะอาหารทะเลแช่แข็งแต่กลับรู้จักช้ากว่าประเทศเหล่านั้น

สินค้าประเภทหนึ่งที่ถือว่าอยู่ในกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง มีมูลค่าการส่งออกเกือบแสนล้านบาท ก็คือ กุ้งแช่แข็งนั่นเอง กุ้งแช่แข็งจากประเทศไทย ถือว่ามีคุณภาพมาก และเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าทั่วโลก เมื่อเทียบกับประเทศผู้ผลิตอย่างจีน เวียดนาม อินเดีย หรืออินโดนีเซีย ที่เป็นเช่นนั้นเพราะผู้ผลิตในประเทศไทยมีวิธีควบคุมคุณภาพที่ได้ตามมาตรฐาน สากล สะอาด ปลอดภัยต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะความสด ถือได้ว่าเมื่อนำมาละลายและรับประทานแล้ว คุณภาพใกล้เคียงกับของสดมาก ซึ่งนอกจากจะทำให้ประเทศไทยมีชื่อเสียงแล้ว ยังเป็นการนำเงินตรากลับเข้ามาในประเทศ รวมถึงเป็นรายได้หลักของกลุ่มผู้ผลิตและเกษตรกรโดยตรงอีกด้วย

สำหรับในประเทศไทย อาหารทะเลแช่แข็งเริ่มแพร่หลายในหมวดของสินค้าพร้อมปรุง เช่น กุ้งปอกเปลือกแช่แข็ง ปลาแล่เนื้อแช่แข็ง จากการยอมรับในคุณภาพของอาหารแช่แข็ง ที่ผ่านกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพอย่างดีเยี่ยม ทำให้ผู้บริโภคเริ่มมั่นใจ และเห็นถึงความสะดวกสบายในการบริโภค จนเรียกได้ว่าอาหารแช่แข็งได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ตั้งแต่อาหารเช้า กลางวัน และเย็น

 แนวโน้มตลาดอาหารแช่แข็ง
จากการสำรวจในช่วง 2 – 3 ปี ที่ผ่านมา พบว่าพฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนในสังคมเมืองมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ด้วยวิถีชีวิตอันเร่งรีบแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจที่ผ่านมาจะอยู่ในช่วงชะลอตัว ธุรกิจอาหารซึ่งถือเป็น 1 ในปัจจัย 4 ซึ่ง นอกจากจะมีความต้องการของตลาดอย่างมาก ขณะเดียวกันก็มีการปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อเอื้ออำนวยความสะดวกและคุณสมบัติให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบทบาทของอาหารกล่องแช่แข็งพร้อมทานซึ่งเข้ามามีบทบาทมากในชีวิต ประจำวันของเรา และเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะสามารถตอบสนองความต้องการของคนเมืองรุ่นใหม่ ที่ไม่ถนัดทำอาหาร เบื่อการออกไปกินอาหารนอกบ้าน ร้านอาหารใกล้บ้านมีอาหารหรือเมนูอาหารตามสั่งไม่มากนัก ในขณะที่อาหารแช่แข็งพร้อมทานช่วยลดเวลาการทำอาหาร ไม่ต้องทำความสะอาดครัว หรือภาชนะบรรจุให้ยุ่งยาก ผู้ประกอบการหลายรายได้ให้ความสนใจ และพัฒนาอาหารแช่แข็งอย่างต่อเนื่อง

Comments Off on อาหารทะเลแช่แข็งในประเทศไทยเข้ามามีบทบาท ในชีวิตประจำวันมากขึ้นอีก
Dec
12
2014

อุตสาหกรรมการผลิตอาหารทะเลแปรรูปมีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

ประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศที่สามารถจับสัตว์ทะเลได้เป็นจำนวนมากในแต่ละปีและมีการนำไปใช้เพื่อบริโภคในรูปแบบต่างๆ กัน ทั้งในการบริโภคสดและเข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตแปรรูป ประเภทต่างๆ เช่น อาหารทะเลแช่แข็ง, อาหารทะเลกระป๋อง, ทำเค็มและอบแห้ง เป็นต้น ซึ่งการอบแห้งเป็นกรรมวิธีในการถนอมอาหารทะเลชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถทำให้เก็บรักษาอาหารทะเลได้เป็นระยะเวลานานขึ้น และเป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศในเอเชียโดยเฉพาะกุ้งแห้งและปลาหมึกแห้ง โดยอาหารทะเลอบแห้งนั้นสามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามวัตถุดิบ คือ ปลาหมึกแห้ง กุ้งแห้ง เป็นต้น โดยปลาหมึกจะมีสัดส่วนการแปรรูปโดยการตากแห้งมากที่สุดประมาณร้อยละ 24 ของผลผลิตปลาหมึกที่จับได้ทั้งหมด รองลงมาคือกุ้ง ร้อยละ 17 ของผลผลิตกุ้งทั้งหมด ในการแปรรูปส่วนใหญ่จะเป็นการทำให้แห้งโดยไม่ต้องมี การปรุงรส โดยเฉพาะกุ้งแห้ง ส่วนปลาหมึกและอื่นๆจะมีบางส่วนที่ผ่านการปรุงรสโดยใช้ส่วนผสมต่างๆ เพื่อให้รสชาดน่าทานมากขึ้น

การส่งออกสินค้าไทยในหมวดอาหารไปยังตลาดเหล่านี้นั้น ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในหมวดอาหารทะเล และในหมวดเนื้อสัตว์ ทำให้สินค้ากลุ่มอาหารที่ยังมีทิศทางการส่งออกที่ดีในปีนี้ ได้แก่ ไก่แช่แข็งและแปรรูปที่จะได้รับแรงหนุนจากการที่ญี่ปุ่นได้มีการอนุญาตให้นำเข้าสินค้าไทยอีกครั้ง อาหารทะเลกระป๋องและแช่แข็ง รวมทั้ง ที่ยังมีความต้องการในตลาดโลกสูง เพราะฉะนั้น ภาพรวมทางด้านอุปสงค์การส่งออกอุตสาหกรรมอาหารยังมีแนวโน้มเติบโตที่ดี เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจใหญ่ๆ เช่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น

แม้ความต้องการสินค้าส่งออกอาหารของไทย ในตลาดโลกปี 2557 ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในตลาดส่งออกสำคัญ แต่ถ้าจะให้ผู้ประกอบการไทยได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกครั้งนี้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้วละก็ คงจะต้องเร่งแก้ปัญหาอุปทานในประเทศอย่างเร่งด่วน เนื่องจากยังไม่สามารถวางใจได้ว่าโรค EMS จะหมดไป การระบาดของไข้หวัดนกจะไม่กลับมา รวมทั้งจะไม่มีปัญหาการใช้แรงงานไม่ถูกกฏหมาย ซึ่งหากปราศจากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวข้างต้นแล้ว ส่งออกสินค้าอาหารของไทยในปีนี้น่าจะปรับตัวดีขึ้น เป็นแรงช่วยหนุนการส่งออกรวมให้ขยายตัวได้อีกแรงหนึ่งอย่างแน่นอน

Comments Off on อุตสาหกรรมการผลิตอาหารทะเลแปรรูปมีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย
Nov
30
2014

เทคโนโลยีการใช้ความดันสูงในการถนอมอาหารทะเล

กระบวนการใช้ความดันสูงเป็นวิธีการถนอมอาหารที่เริ่มมีการประยุกต์ใช้เพื่อการแปรรูปอาหาร เชิงการค้า เป็นการแปรรูปอาหารโดยไม่ใช้ความร้อน (non thermal processing) แต่เป็นการใช้ความดันสูงกว่าความดันบรรยากาศมาก เพื่อทำลายจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของการเสื่อมเสียของอาหาร (microbial spoilage) จุลินทรีย์ก่อโรค (pathogen) นอกจากนี้ความดันสูงยังทำลาย เอนไซม์ ที่เป็นสาเหตุให้เกิดการเสื่อมเสียของอาหาร ทำให้อาหารมีอายุการเก็บรักษานานขี้น มีผลเทียบเคียงกับการแปรรูปอาหารด้วยความร้อน (thermal processing) ระดับการพาสเจอร์ไรซ์ (pasteurization) แต่เนื่องจากอุณหภูมิของอาหาร เพิ่มขึ้นน้อยมาก ทำให้ลดการสูญเสียคุณภาพอาหาร เนื่องจากความร้อนทำให้อาหารปลอดภัย โดยรักษาสี กลิ่น และเนื้อสัมผัสของอาหารได้ดี เมื่อเทียบกับการใช้ความร้อน

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตและแปรรูปโดยใช้กระบวนการนี้และประสบผลสำเร็จทางการค้าได้แก่

อาหารพร้อมรับประทาน (ready to eat)
อาหารประเภทที่เป็นกรด (acid foods) เช่น แยม โยเกิร์ตและ เครื่องดื่ม เช่น น้ำผลไม้
อาหารทะเล เช่น หอยนางลม (oyster)

โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศเริ่มแรกและทำให้เกิดการกระตุ้นและเกิดการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารโดยการใช้ความดันสูงเพื่อการถนอมอาหารเพิ่มมากขึ้นและแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ หลายประเทศเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศในแถบยุโรป ได้แก่ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมันนีและสวีเดน ซึ่งได้มีการรวมกลุ่มเพื่อวิจัยและศึกษากระบวนการใช้ความดันสูงในการแปรรูปและถนอมอาหาร

กระบวนการใช้ความดันสูงในการแปรรูปและถนอมอาหารในเชิงการค้าระดับอุตสาหกรรม จะต้องศาสตร์หลายแขนงมาประกอบกัน ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร เช่น จุลชีววิทยาอาหาร เคมีอาหาร และความรู้ด้านวิศวกรรม เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์อาหาร ที่มีคุณภาพดี ปลอภัย มีประสิทธิภาพและปลอดภัยในการผลิต

การใช้ความดันสูงนั้นจะต้องใช้งบประมาณตั้งต้นในการลงทุนค่อนข้างสูงแต่พบว่าจะให้ผลตอบแทนดีในระยะยาวเนื่องจากเทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีสะอาด ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการนี้มีความสดและใกล้เคียงกับธรรมชาติ

เทคโนโลยีการใช้ความดันสูงนั้น เริ่มต้นมาจากการใช้ความดันสูงในอุตสาหกรรมการผลิตเซรามิก (ceramics) เหล็กและซุบเปอร์อัลลอยด์ (superalloys) และเริ่มนำมาใช้กับอุตสาหกรรมอาหารในภายหลัง โดยมีการศึกษาผลของความดันสูงต่อจุลินทรีย์ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 ในการใช้ความดันเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาน้ำนมและหลังจากนั้น 15 ปี มีการวิจัยศึกษาในประเทศฝรั่งเศสเรื่องผลของความดันสูงต่อแบคทีเรีย และพบว่าการใช้ความดันสูง 600 MPa สามารถทำลายเซลล์จุลินทรีย์ (vegetative cells) ได้ อย่างไรก็ตามงานวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีการใช้ความดันสูงยังไม่เป็นที่น่าสนใจมากนักจนกระทั่งในช่วงปี คศ. 1980 จึงเริ่มมีการวิจัยการใช้เทคโนโลยีนี้อีกครั้งหนึ่ง โดยในประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และประเทศในยุโรป จากนั้นได้มีการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแปรรูปโดยกระบวนการใช้ความดันเป็น ครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นในปี คศ.1990

Comments Off on เทคโนโลยีการใช้ความดันสูงในการถนอมอาหารทะเล
Oct
28
2014

การจัดเก็บอาหารทะเลให้สดใหม่อยู่เสมอ

อาหารทะเล ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งของกรดอะมิโนที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งกรดอะมิโนเหล่านี้จะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย อาหารทะเลส่วนใหญ่มีกรดไขมันอยู่ในปริมาณต่ำ และมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งมีส่วนช่วยลดระดับของโคเลสเตอรอลในเลือด นอกจากนี้อาหารทะเลเกือบทุกชนิดมีปริมาณโคเลสเตอรอลต่ำ ยกเว้นกุ้ง ปลาหมึก และปู ที่มีปริมาณโคเลสเตอรอลสูง ถึงแม้ว่าอาหารทะเลจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีพิษภัยติดตัวตามมาอีกเช่นเดียวกัน ปัจจุบันอาหารทะเลเป็นอาหารที่นิยมบริโภคกันมาก โดยสังเกตจากร้านขายอาหารทะเลที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ไม่ว่าจะเกิดขึ้นริมฟุตบาทจนถึงยกระดับไปอยู่ในภัตตาคารใหญ่ๆ

อาหารทะเลที่อร่อยจะต้องปรุงจากที่ยังสดๆอยู่

เพราะฉะนั้นเมื่อซื้อมาแล้วควรพยายามเก็บรักษาไว้ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่จนกว่าจะถึงเวลาปรุง ถ้าผัดปู หอย ควรผสมเครื่องปรุงต่างๆไว้ต่างหาก เมื่อผัดพอเริ่มสุกแล้วจึงใส่เครื่องปรุงเลย ผัดเร็วๆจนสุก อย่าผัดไปปรุงไป เพราะถ้าสุกเกินไปเนื้อจะแข็ง หอยถ้าปรุงสุกแล้วทุกตัวควรจะเปิดเปลือกอ้า ถ้าตัวไหนเปลือกปิดแสดงว่าไม่สดหรือมีโคลน ควรเลือกทิ้งทันที ไม่ควรกินก้อนสีเขียวๆในตัวกุ้งและส่วนสีเหลืองๆในตัวปู เพราะอวัยวะพวกนี้คือตับที่ทำหน้าที่กรองสารพิษ อาจจะมีสารพิษตกค้างอยู่ การเก็บปลาให้สดนานที่สุดนั้น เมื่อได้ปลามาแล้วต้องควักไส้พุงของปลาออกให้หมด และล้างให้สะอาดอย่างรวดเร็ว อย่าล้างบนพื้นหรือเขียงที่สกปรก ถ้าจะให้ดี ควรจะมีกล่องน้ำแข็งหรือตู้แช่ เพื่อรักษาความสดโดยเฉพาะ ปลาจะสูญเสียรสชาติและความสดหากเก็บไว้ในตู้แช่แข็งเกินกว่า 3 เดือน

การรับประทานอาหารทะเลที่ดีที่สุด

คือการรับประทานหลังจากซื้อมาทันที แต่หากต้องเก็บไว้ในตู้แช่แข็ง พวกปลาสด กุ้งฝอย หอยแครง กุ้งนาง และกุ้งก้ามกราม บรรจุในถุงพลาสติกวางบนน้ำแข็งในตู้เย็น หอยและกุ้งสามารถเก็บได้นานประมาณ 3 – 4 วัน ส่วนปลาทะเลสดสามารถเก็บได้ประมาณ 5 – 7 วัน หอยแครง อาหารประเภทกุ้ง และปลา สามารถแช่ในน้ำและแช่ไว้ในช่องแช่แข็ง โดยสามารถอยู่ได้นาน 4 – 6 เดือน เมื่อต้องการใช้นำมาละลายน้ำแข็งโดยใส่ไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือนำไปผ่านน้ำอุณหภูมิปกติก็สามารถปรุงเป็นอาหารได้ทันที

อาหารประเภทหอยสามารถมีชีวิตได้อยู่ถึง 10 วัน เพียงเก็บไว้ในตู้เย็นที่ไม่ต้องใส่น้ำแข็ง ที่อุณหภูมิประมาณ 34 – 38 องศาฟาเรนไฮท์ อาหารประเภทหอยและปลาหมึกที่แกะเปลือกแล้วสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 10 วัน โดยการแช่ไว้ในน้ำแข็งและใส่ในตู้เย็น ปูนิ่มสามารถเก็บไว้ได้นานประมาณสองวัน โดยการบรรจุถุงพลาสติก และแช่น้ำแข็งในตู้เย็นไว้ และสามารถเก็บไว้ได้นานมากกว่า 6 เดือน หากห่อด้วยถุงพลาสติกหลาย ๆ ชั้นและแช่ไว้ในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ 0 องศาฟาเรนไฮท์ สามารถนำมาประกอบอาการได้โดยการทำให้ละลายในตู้เย็นช่องธรรมดาก่อนหนึ่งคืน

Comments Off on การจัดเก็บอาหารทะเลให้สดใหม่อยู่เสมอ
Sep
22
2014

การศึกษาแนวทางในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี RFID ร่วมกับการส่งออกอาหารทะเลแช่แข็ง


ประเทศไทยนับว่าเป็นผู้ผลิตสินค้าการเกษตรที่สำคัญของโลก อีกทั้งรัฐบาลไทยก็ได้ให้ความสำคัญกับการส่งออกอาหารจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศ จึงเกิดคำกล่าวที่ว่า “ครัวไทยสู่ครัวโลก” โดยในธุรกิจส่งออกอาหารนั้นจะเน้นในด้านการสร้างความเข้มแข็งในกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างมาตรฐานอาหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพสินค้าให้ตรงความต้องการของลูกค้าจากข้อมูลสถิติการส่งออกอาหารของ World Trade Organization (WTO) ระบุว่าไทยมีส่วนแบ่งตลาดด้านการส่งออกอาหารอยู่ในอันดับ 5 ของโลก โดยกลุ่มอาหารที่ทำการส่งออกได้แก่
– กลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง และแปรรูป
– ผัก ผลไม้สด แช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป
– ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป
– อาหารแปรรูปอื่นๆ
– น้ำตาล

ภาพรวมมูลค่าการส่งออกอาหารของประเทศไทย
จากแนวโน้มการแข่งขันทางธุรกิจที่เข้มข้น ผลักดันให้ภาคธุรกิจต้องยกระดับความสามารถในการดำเนินธุรกิจ และการขนส่งเพื่อเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งการนำเทคโนโลยีต่าง ๆมาใช้ควบคู่ไปกับระบบการขนส่ง ก็จะทำให้สามารถช่วยเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการขนส่งทำให้เกิดการขนส่งที่มีความรวดเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งได้ ซึ่งการนำ RFID มาใช้ในระบบการขนส่งนั้นนับว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีการจับตามองมากที่สุด

การขนส่งอาหารทะเลแช่แข็ง
เมื่อผู้ผลิตผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อของลูกค้าแล้วสินค้าจะถูกจัดเก็บไว้ในห้องเย็น (Cold Storage) เพื่อรอการส่งมอบให้กับลูกค้า และเมื่อถึงกำหนดระยะเวลาส่งมอบบริษัทก็จะทำการจองตู้ขนส่งสินค้า เพื่อมารับสินค้า เพื่อทำการส่งออกไปยังให้ลูกค้าโดยผ่านบริษัทที่รับขนส่ง เพื่อไปยังท่าเรือ แล้วส่งต่อไปให้ตัวแทนจำหน่าย จากนั้นก็จะถูกส่งไปยังลูกค้าต่อไป โดยผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็งจะถูกจัดเก็บและขนส่งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18 องศา C เนื่องจากที่อุณหภูมินี้เป็นอุณหภูมิที่ทำให้จุลินทรีย์ไม่สามารถดำเนินปฏิกิริยาทางชีวเคมีได้ ทำให้จุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุทำให้อาหารเน่าเสียเหล่านี้ชะงักการเติบโต และหยุดกระบวนการเมทตาบอลิซึมลงทำให้อาหารยังคงรักษาสภาพไว้ได้ และอุณหภูมินี้ไม่มีผลต่อคุณลักษณะและคุณภาพของอาหาร  การขนส่งอาหารทะเลแช่แข็งต้องมีความระวังและใส่ใจในเรื่องของอุณหภูมิ เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารเกิดการละลาย ซึ่งสามารถทำได้โดยควบคุมอุณหภูมิตั้งแต่การจัดเก็บ การเคลื่อนย้ายอาหารออกจากห้องจัดเก็บสู่ตู้ขนส่งต้องทำอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  ตู้ขนส่งสินค้าที่อุตสาหกรรมแช่แข็งใช้นั้นจะเป็นประเภท Refrigerator Cargoesซึ่งเป็นตู้สินค้าประเภทที่มีเครื่องปรับอากาศ และจะมีการติดตั้งอุปกรณ์อัตโนมัติบันทึกอุณหภูมิภายในตู้ อีกทั้งยังมีฉนวนป้องกันความเย็นเพื่อไม่ให้ความร้อนจากบรรยากาศภายนอกเข้าสู่ตู้ในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วสูง โดยก่อนที่จะนำสินค้าเข้าตู้ จะต้องทำให้ตู้ขนส่งเย็นก่อน (Pre-cooled) และในการรับผลิตภัณฑ์ควรให้รถขนส่งรับผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งเข้าตู้ผ่านทาง Port door ซึ่งเป็นประตูที่มีฉนวนป้องกันการสูญเสียความเย็น และการจัดวางสินค้าภายในตู้ขนส่งก็ต้องไม่วางแน่นเกินไป เพราะจะทำให้ความเย็นกระจายได้ไม่ทั่วถึง การขนส่งอาหารทะเลแช่แข็งให้ถึงลูกค้านั้นต้องกระทำอย่างรวดเร็ว และต้องมีการควบคุมอุณหภูมิตลอดกระบวนการขนส่งเนื่องจากอุณหภูมินี้จะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของสินค้า ตลอดจนการยอมรับของผู้บริโภค เพราะบ่อยครั้งที่มักพบว่าผลิตภัณฑ์อาหารเกิดการเสื่อมเสียระหว่างการขนส่ง ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการปฏิบัติงานในระหว่างการขนส่งที่ไม่ได้มาตรฐาน  และขาดการตรวจติดตาม โดยส่วนมากจะมักพบตรงจุดที่มีการเปลี่ยน mode ระหว่างการเคลื่อนย้ายหรือในระหว่างจุด Loading และ Unloading  สินค้า เช่นการขนสินค้าจากห้องเย็นที่เก็บสินค้าของโรงงานเข้าตู้ Refrigerator Cargoes และการขนสินค้าจากตู้ Refrigerator Cargoes เข้าสู่ห้องจัดเก็บสินค้าของร้านค้า ซึ่งตรงจุดนี้มักจะใช้เวลาในการดำเนินงานนาน รวมถึงขาดการควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งสาเหตุเหล่านี้จึงทำให้เกิดปัญหาที่ตามมาในกระบวนการขนส่งอาหารทะเลแช่แข็งส่งออก ถึงแม้ว่าการเคลื่อนย้ายและขนส่งภายในโรงงานจะมีการควบคุมเป็นอย่างดีเพราะถูกควบคุมอยู่ภายใต้ข้อกำหนด GMP แต่ปัญหาอาจเกิดจากพนักงานที่ทำหน้าที่ในกระบวนการอาจไม่มีความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของการควบคุมอุณหภูมิและเวลาในกระบวนการดีพอ และไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสินค้า รวมถึงผู้ที่ให้บริการในการขนส่ง นั้นไม่มีการตรวจติดตามอย่างเคร่งครัดเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องมือในการตรวจติดตามสูง

Comments Off on การศึกษาแนวทางในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี RFID ร่วมกับการส่งออกอาหารทะเลแช่แข็ง
Aug
27
2014

ประโยชน์ของการทานอาหารทะเลและสารอาหารที่จะได้รับ

สารอาหารที่มีอยู่ในปลาทะเลที่ช่วยลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดคือกรดอีโคซาเปนทีโนอิก หรือ อี พี เอ และกรดโดโคซาเฮกซิโนอิกหรือดี เอช เอ ซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เมื่อร่างกายได้รับกรดไขมันทั้งสองตัวนี้จะช่วยลดการจับตัวของเกล็ดเลือดที่ก่อให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ลดการอักเสบ และสร้างสารที่มีส่วนช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ร่วมกันกับการลดระดับของไขมันประเภทไตรกลีเซอไรด์ที่เป็นตัวเร่งให้เกิดภาวะเลือดจับตัวกันเป็นลิ่มและอุดตันหลอดเลือดจากการศึกษายังพบถึงประโยชน์อื่นๆ ของการรับประทานทะเล ได้แก่ ลดความดันโลหิตในคนที่ความดันโลหิตสูงโดยออกฤทธิ์ให้หลอดเลือดแดงคลายตัว ลดการอักเสบในผู้ที่มีปัญหาของโรคข้ออักเสบ หรือรูมาตอยด์ ลดการเกิดโรคซึมเศร้า ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ และสารดีเอชเอเป็นสารที่จำเป็นต่อสมองช่วนให้การทำงานของสมองและระบบประสาทมีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ และช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์

ปลาทะเลที่เป็นแหล่งของสารอาหารและกรดไขมันที่ดี ได้แก่ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาโอ ปลาเทร้า ปลาอินทรีย์ ปลาทูน่า ปลาฮาลิบัท ปลากะพง ปลาดุกทะเล ปลาคอด สมาคมโรคหัวใจแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา แนะนำให้กินปลาและอาหารทะเลอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ในปริมาณครั้งละ 3-4 ช้อนกินข้าว และควรปรุงประกอบอาหารด้วยวิธีการย่าง อบ หรือต้ม เน้นการเลือกประเภทของปลาให้มีความหลากหลายและมาจากหลายแหล่งที่มาแม้ว่าปลาทะเลจะมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างแต่พบว่าปลาทะเลไม่ใช่จะมีแต่ข้อดีเท่านั้นเนื่องมาจากสิ่งแวดล้อมที่ปลาอาศัยอยู่จะมีผลต่อคุณภาพของเนื้อปลาเช่นกัน ดังนั้นจึงควรรู้ข้อควรระวังของการรับประทานปลาทะเล ซึ่งได้แก่ การมีโลหะหนักปนเปื้อนอันเนื่องมาจากของเสียทั้งจากโรงงานอุตสาหกรรม ครัวเรือน เรือเดินสมุทรที่มีการปล่อยของเสียเหล่านี้ลงสู่ทะเล สารพิษหลักที่พบในปลาทะเลคือเมทิวเมอร์คิวรีซึ่งเป็นสารพิษกลุ่มปรอท มีผลทำให้เกิดการ สะสมในร่างกายและลดหรือทำลายประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ เช่น ทำให้ไตเสื่อม ลดประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย สมองเสื่อม ความสามารถทางด้านสติปัญญาลดลง

Comments Off on ประโยชน์ของการทานอาหารทะเลและสารอาหารที่จะได้รับ
Jul
19
2014

ข้อดีและข้อควรรู้ของการกินปลาทะเล อาหารทะเลเปี่ยมคุณค่ามากมาย

ในปัจจุบันนี้มีผู้ให้ความสนใจอย่างมากต่อปลาทะเล เพราะจากข้อมูลทางการศึกษาที่ค้นพบถึงประโยชน์อย่างมากต่อร่างกาย มีการบริโภคอาหารจากปลาทะเลและสัตว์ทะเล แต่กลับมีอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดต่ำมาก ในทางตรงข้ามโรคดังกล่าวกลับมีสถิติสูงมากในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น หลายรัฐในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศเยอรมันนี รวมทั้งประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยด้วย จึงทำให้นักวิจัยเกิดความสนใจและค้นหาคำตอบกันอย่างมาก จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าปลาทะเลเป็นแหล่งอาหารที่ดีของโปรตีนและมีคุณค่าทางโภชนาการเนื่องจากมีกรดไขมันที่จำเป็น มีไขมันประเภทอิ่มตัวต่ำ และมีสารอาหารอื่นๆ อีก เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินดี วิตามินบี 12 วิตามินเอ เป็นต้น

สารอาหารที่มีอยู่ในปลาทะเลนั้น ช่วยลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดคือกรดอีโคซาเปนทีโนอิก หรือ อี พี เอ และกรดโดโคซาเฮกซิโนอิกหรือดี เอช เอ ซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เมื่อร่างกายได้รับกรดไขมันทั้งสองตัวนี้ จะช่วยลดการจับตัวของเกล็ดเลือดที่ก่อให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ลดการอักเสบ และสร้างสารที่มีส่วนช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ร่วมถึงลดระดับของไขมันประเภทไตรกลีเซอไรด์ที่เป็นตัวเร่งให้เกิดภาวะเลือดจับตัวกันเป็นลิ่มและอุดตันหลอดเลือด

จากการศึกษายังพบถึงประโยชน์อื่นๆ ของการรับประทานปลาทะเลว่า ลดความดันโลหิตในคนที่ความดันโลหิตสูง โดยออกฤทธิให้หลอดเลือดแดงคลายตัว ลดการอักเสบในผู้ที่มีปัญหาของโรคข้ออักเสบหรือรูมาตอยด์ ลดการเกิดโรคซึมเศร้า ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ ทั้งยังมีสารดีเอชเอ ซึ่งเป็นสารสำคัญต่อสมอง ช่วยให้การทำงานของสมอง และระบบประสาทมีประสิทธิภาพ จึงเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ และช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ได้ ปลาทะเลที่เป็นแหล่งของสารอาหารและกรดไขมันที่ดี ได้แก่ ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาโอ ปลาเทร้า ปลาอินทรีย์ ปลาทูน่า ปลาฮาลิบัท ปลากะพง ปลาดุกทะเล ปลาคอด

จะเห็นได้ว่าปลาทะเล มีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพและก็มีข้อที่ควรระวัง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยเมื่อรับประทานเปลาทะเล ควรผ่านความร้อนด้วยอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส นาน 5 นาที หรือหากชอบรับประทานปลาดิบก็ควรรับประทานในปริมาณที่ไม่มากนัก ไม่รับประทานเป็นประจำและหลีกเลี่ยงปลาที่อาจมีสารปนเปื้อนสูง ควรเลือกรับประทานปลาทะเลให้หลากหลายในปริมาณที่พอดีร่วมกันกับรับประทานอาหารกลุ่มผักและผลไม้เป็นประจำรวมถึงออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง

Comments Off on ข้อดีและข้อควรรู้ของการกินปลาทะเล อาหารทะเลเปี่ยมคุณค่ามากมาย
Jun
13
2014

หลากหลายคุณค่าของอาหารทะเลเพื่อการบริโภค

อาหารทะเล หรือ ซีฟู้ด

เป็นอาหารจำพวกกุ้ง ปู ปลา หอย นำมาลวก นึ่ง ปิ้ง ย่าง ฯลฯ ปัจจุบันมีการเปิดร้านขายอยู่ทั่วไป มีทั้งเหล่า ร้านใหญ่ ร้านกลาง ร้านเล็ก หรือแม้แต่ร้านรถเข็นก็ทำได้ขายได้ อย่างไรก็ดี การจะประสบความสำเร็จได้นั้น จะร้านแบบไหนก็ล้วนต้องมีหลักการทำธุรกิจ-หลักการทำอาชีพที่เหมาะสม การปรุงอาหารทะเลนั้นโดยส่วนใหญ่แล้วต้องนำวัตถุดิบมาล้างให้สะอาดก่อน พักไว้สะเด็ดน้ำ ถ้าต้องการเผา ปิ้ง ย่าง ควรใช้เตาถ่านที่ให้ความร้อนกำลังดีและร้อนเสมอทั่วกัน โดยต้องหมั่นพลิกกลับไปกลับมา ให้แค่พอสุก พอมีกลิ่นหอม ก็เป็นอันใช้ได้ ส่วนการลวก เช่น หอยแครงลวก การลวกต้องลวกในน้ำเดือด ลวกแค่พอสุกแล้วนำขึ้นมาจุ่มในน้ำเย็น จากนั้นเทใส่ภาชนะ ก็เป็นอันใช้ได้ พร้อมจัดเสิร์ฟให้กับลูกค้า

อาหารทะเลนอกจากจะเป็นโปรตีนชั้นดีแล้ว ยังมีความพิเศษตรงที่มีแร่ธาตุสำคัญอย่าง ไอโอดีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก รวมถึงวิตามินบี 1 ,บี 2 และบี 6 อีกด้วย ในอาหารทะเลมีไอโอดีนอยู่ถึง 54 ไมโครกรัมต่ออาหารที่กินได้ 100 กรัม ซีฟู้ดจึงเป็นแหล่งไอโอดีนที่สำคัญของทุกๆ คน แม้ว่าปริมาณแร่ธาตุที่ชื่อว่าไอโอดีนที่ร่างกายต้องการจะน้อยมาก แต่ถ้าเกิดขาดได้ไม่เพียงพอขึ้นมา ก็จะทำให้เกิดปัญหากับสุขภาพได้อย่างมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะทำให้เกิดโรคคอพอก สมองทำงานไม่ปกติ มีพัฒนาการและเรียนรู้ช้า หรือที่เรียกว่า “โรคเอ๋อ” และถ้าขณะอุ้มท้องอยู่แม่ได้รับไอโอดีนน้อย

แม้ว่าอาหารทะเลเป็นอาหารที่มีคุณค่า แต่ก็มีพิษภัยเช่นเดียวกับอาหารชนิดอื่น ในแง่ของโลหะหนักนั้นก็คงต้องเลือกบริโภคสักหน่อย ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคหอย เพราะว่าเป็นแหล่งสะสมโลหะหนักหลายชนิด โดยสารพิษเหล่านี้จะไปสะสมที่ระบบย่อยอาหาร ซึ่งเป็นส่วนที่คนกินเข้าไปและไม่ควรบริโภคสัตว์ประเภทกันซ้ำซาก เพื่อลดการสะสมสารพิษ ในแง่ของขี้ปลาวาฬนั้นผู้บริโภคต้องหมั่นฟังข่าวคราวจากสื่อต่างๆ เช่น วิทยุ ว่ามีขี้ปลาวาฬเกิดขึ้นในช่วงใด บริเวณใด ก็ควรงดบริโภคอาหารทะเลในช่วงนั้น โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมเป็นช่วงที่มีอุณหภูมิของน้ำทะเลเหมาะสม มีแพลงก์ตอนที่ทำให้หอยเป็นพิษมาก อาจแก้ไขได้โดยนำไปแช่ด่าง

การเลือกซื้อและการถนอมอาหารทะเล

– เลือกซื้ออาหารจากแหล่งที่รู้จักหรือมีชื่อเสียงดี
– ให้เลือกซื้อจากร้านที่อาหารแช่ในตู้เย็นหรือใส่น้ำแข็งแช่เย็น
– หลังจากซื้อแล้วรีบเก็บในตู้เย็นในที่เก็บเนื้อสัตว์
– เพื่อความสดของอาหารให้ใช้ให้หมดใน 3 วัน
– หากซื้ออาหารสดมีชีวิตให้ทิ้งกุ้ง ปูหรือหอยต่างๆเช่นหอยกาบ หอยแมลงภู่ที่ตาย อย่าเก็บในถุงเพราะสัตว์จะหายใจไม่ออก ให้เก็บสัตว์ไว้โดยคลุมด้วยผ้าเปียก เมื่อจะนำมาปรุงตัวที่ตายให้ทิ้ง
– เมื่อจะนำอาหารมาปรุงให้ละลายน้ำแข็งในตู้เย็นหรือให้น้ำเย็นไหลผ่าน ไม่ควรตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง
– การหมักอาหารทะเลให้หมักในตู้เย็น และน้ำหมักให้เททิ้ง
– อย่าให้อาหารทะเลที่ปรุงแล้วมาปนเปื้อนกับอาหารที่ยังไม่ได้ปรุง
– ผู้ที่ไม่แน่ใจสภาพภูมิคุ้มกันของตัวเองหรือมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอเช่นโรคตับ โรคไต โรคเอดส์ ให้รับประทานอาหารที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้น
– อาหารสลัดควรเก็บในตู้เย็นก่อนที่เสริพให้รับประทาน

Comments Off on หลากหลายคุณค่าของอาหารทะเลเพื่อการบริโภค